โหลดแอปฯ
ดาวน์โหลด:
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอปวัตสัน
  • google-play.png
  • app-store.png
  • app-gallery.png
ค้นหาร้านค้า บทความน่าอ่าน
Watsons Services
0
ตะกร้า
Share

สำหรับสายดื่ม สายดริ๊งก์ ที่รักงานปาร์ตี้ แน่นอนว่าหนึ่งในเครื่องดื่มสำหรับการสังสรรค์ น่าจะมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในลิสต์ด้วย แอลกอฮอล์ ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่คอยเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานให้กับคนในงานได้ไม่มากก็น้อย เพราะแอลกอฮอล์ มีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง และคลายกล้ามเนื้อ

เมื่อได้รับปริมาณเล็กน้อยจึงช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าเกิดว่าดื่มในปริมาณมากไป ก็จะเริ่มมึน ๆ งง ๆ อาการเหมือนคนน้ำตาลตก แถมอาจทำให้แฮงค์ข้ามวันเลยก็เป็นได้ ทำให้วันนั้นกลายเป็นวันมึน ๆ อึน ๆ ไม่สดใสไปได้เลย วัตสันเลยนำวิธีแก้แฮงค์ ปวดหัว คลื่นไส้มาแบ่งปันเพื่อน ๆ กันด้วย จะเป็นยังไงลองตามไปดูกันต่อได้เลย

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อสมองอย่างไร

แอลกอฮอล์มีชื่อทางเคมีว่า  Ethanol หรือ Ethyl Alcohol จัดเป็นสารกดประสาทชนิดหนึ่ง เมื่อดื่มไปแล้ว ร่างกายเราจะทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดออกไป ส่งผลกระทบไปยังอวัยวะหลายส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นตับ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก รวมไปถึงสมองด้วย เมื่อแอลกอฮอล์ไหลวนในกระแสเลือดแล้ว จะเดินทางไปยังสมอง โดยจะถูกซึมซับเข้าสู่สมองหลายส่วน เช่น

1. สมองส่วนหน้า (Frontal lobe)

มีทำหน้าที่ควบคุมการตัดสินใจ อารมณ์ ความคิด สติปัญญา บุคลิกภาพ ถ้าหากดื่มมากไป จะทำให้เราขาดความยับยั้งชั่งใจ ตัดสินใจผิดพลาด บุคลิกภาพที่ผิดปกติอาจเผยออกมา

2. สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus)

ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ความหิว ความอิ่ม การนอนหลับ หากสมองส่วนนี้ถูกซึมซับด้วยแอลกฮอล์จะทำให้ หิวง่าย กระหายน้ำ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิตจะผิดปกติแปรปรวน และคุณภาพการนอนผิดปกติ

3. สมองส่วนซีรีเบลลัม (Cerebellum)

ส่วนควบคุมการทรงตัวของร่างกาย เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก ๆ ก็จะเริ่มเดินไม่ตรง เดินไปชนคนอื่น ชนสิ่งของ บางคนอาจทำแก้วที่ถืออยู่หล่นได้ ผู้ที่ติดแอลกอฮอล์จึงมีปัญหาเรื่องการทรงตัวด้วย

4. ก้านสมอง (Brain Stem)

ส่วนที่คอยควบคุมการส่งถ่ายข้อมูลจากสมองไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อดื่มในปริมาณมาก จะทำให้การรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ช้าลง

5. ก้านสมองส่วนท้าย หรือ เมดัลลา (medulla oblongata)

มีหน้าที่เหนืออำนาจจิตใจเกี่ยวกับการควบคุม การอาเจียน การหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และความดันเลือด ถ้าดื่มมาก ๆ จะทำให้คลื่นไส้ได้ง่าย และถ้าดื่มมากเกินที่ร่างกายจะรับไหว จะทำให้หมดสติ ช็อก หยุดหายใจ และเสียชีวิตได้

 อาการเมาค้า เกิดเพราะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป

อาการเมาค้างเกิดจากอะไร

“อาการเมาค้าง” เกิดขึ้นเพราะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากเกินไป จนทำให้ร่างกายแสดงปฏิกิริยาต่อต้านแอลกอฮอล์ขึ้นมา ซึ่งมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ตามสภาพร่างกาย หรือการเตรียมตัวของแต่ละคน อาการเมาค้าง สามารถเป็นได้ตั้งอาการขาดน้ำ ปวดหัว หงุดหงิด คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย รวมไปถึงในบางคนอาจมีอาการนอนไม่หลับ ลิ้นขาดรสสัมผัส ขมปากขมคอ มีไข้ ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า และวิตกกังวลตามมา

รู้ปัจจัยที่ทำให้เมาค้าง ก่อน แก้แฮงค์ ให้หาย ปวดหัว

ก่อนหาวิธีแก้แฮงค์ ลองมาดูปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้มีอาการเมาค้างกันก่อนดีกว่า เพื่อที่จะได้หาวิธีแก้แฮงค์ปวดหัว คลื่นไส้ได้อย่างตรงจุดที่สุด ซึ่งสิ่งที่ทำให้เมาค้างอยู่หลายเกิดได้หลายปัจจัย ดังนี้

1. การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปมาก ๆ แอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารไซโตไคน์ (Cytokine) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ควบคุมการอักเสบ สารไซโตไคน์จะปล่อยออกมาจากเซลล์ภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และอาจทำให้มีอาการแฮงค์แล้วปวดหัว คลื่นไส้ และมีอาการอื่น ๆ หนักขึ้น

2. ภาวะร่างกายขาดน้ำ ต้องแก้แฮงค์ให้หายปวดหัว

แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก จะเข้าไปขัดขวางการสื่อสารระหว่างสมองกับไต ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย เลยมีส่วนทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น และเกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น กระหายน้ำ คอแห้ง ปากแห้ง ผิวแห้ง ปวดหัว และวิงเวียนศีรษะ เป็นต้น

3. อาการระคายเคืองกระเพาะอาหาร

อย่างที่บอกไปว่าแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบ ไปยังอวัยวะหลายส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นตับ รวมไปถึงกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ทำให้รู้สึกระคายเคืองกระเพาะอาหาร ซึ่งอาการนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน เพราะแอลกอฮอล์จะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดออกมามากขึ้น ทำให้ไม่สามารถย่อยอาหารได้ตามปกติ

4. น้ำตาลในเลือดต่ำ

นอกจากแอลกอฮอล์จะเข้าไปขัดขวางการสื่อสารระหว่างสมองกับไต ส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย แอลกอฮอล์ยังมีส่วนทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากแอลกอฮอล์ในเลือดจะผลิตกรดแล็กติก (Lactic) ออกมามากขึ้น และขัดขวางให้ร่างกายผลิตน้ำตาลออกมาน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายมีอาการมือสั่น ใจสั่น เหนื่อยล้า และหิวง่าย

5. นอนไม่หลับ

เมื่อแอลกอฮอล์ไหลวนในกระแสเลือดแล้ว จะเดินทางไปยังสมอง โดยจะถูกซึมซับเข้าสู่สมองหลายส่วน รวมไปถึงสมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ความหิว ความอิ่ม การนอนหลับ อาจทำให้นอนหลับไม่สนิท ส่งผลให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น

6. สารพิษในร่างกาย

เมื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าไป ตับจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นสารพิษชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอซีทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ถ้าเกิดดื่มเข้าไปในปริมาณมากเกินไป ตับจะไม่สามารถกำจัดสารพิษชนิดนี้ได้ทัน และถูกดูดซึมไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น สมอง กล้ามเนื้อ และเซลล์ประสาท จากนั้นจะทำลายให้อวัยวะต่าง ๆ จนเกิดการอักเสบ และอวัยวะเสื่อมโทรม

ดื่มน้ำเกลือแร่ก่อนแอลกฮฮอล์ก็เป็นวิธีแก้แฮงค์ปวดหัวคลื่นไส้

รวม 11 วิธีแก้แฮงค์ ให้ร่างกายสดชื่น หายปวดหัว

1.  ดื่มกาแฟดำ

มาเริ่มกันที่วิธีแก้แฮงค์ปวดหัว คลื่นไส้แรกเลย ด้วยการแก้งแฮงค์จากการ ดื่มกาแฟดำ เพราะคาเฟอีนในกาแฟจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่นขึ้น และขับปัสสาวะ แต่วิธีนี้ก็จะมีผลกับร่างกายในบางคน สำหรับบางคนยิ่งกินอาจจะกลายเป็นยิ่งแฮงค์ เป็นวิธีที่แนะนำเฉพาะคนที่มีอาการเมาไม่หนักมาก

2. กินผลไม้รสหวาน มีโพสเทสเซียม

เวลาดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ มักจะปัสสาวะบ่อย ซึ่งปัสสาวะแต่ละครั้งมันก็ขับโพเทสเซียมออกไป จึงควรเติมโพเทสเซียมให้ร่างกาย อย่างเช่น กินผลไม้รสหวานอย่างกล้วย เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีโพเทสเซียมสูง นอกจากนั้นก็ยังมีผลไม้อื่น ๆ ลำไย ลูกเกด ลูกพรุนฯลฯ ที่มีโพเทสเซียมสูง ช่วยเติมเกลือแร่ให้กับร่างกายสูญเสียน้ำน้อยลง

3. กินไข่ต้ม ขนมปัง กับน้ำส้มคั้น

สำหรับคนที่มีอาการแฮงค์ข้ามวัน ลองตื่นมาทานไข่ต้ม ขนมปัง กับน้ำส้มคั้น เพราะไข่ต้ม มีโปรตีนช่วยการดักจับสารพิษ ขนมปัง ช่วยดูดซับสารพิษ และป้องกันการอาเจียน และน้ำส้มคั้น มีวิตามินซีจะช่วยลดการเวียนหัว แก้แฮงค์ และชดเชยภาวะขาดน้ำหลังการดื่มหนักได้อีกด้วย

4. ดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่น หรือน้ำผึ้ง

ใครที่มีอาการเมาค้าง ลองแก้แฮงค์ด้วยการดื่มน้ำมะนาว ผสมน้ำอุ่นหรือน้ำผึ้ง ด้วยการนำน้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมกับน้ำมะนาวและน้ำผึ้งละลายให้เข้ากัน อาจจะช่วยให้สดชื่นขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยลดปริมาณสารตกค้างในตับได้อีกด้วย 

5. ดื่มเครื่องดื่มวิตามิน ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี และวิตามินซี

เครื่องดื่มวิตามิน ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี และวิตามินซี เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยแก้แฮงค์ได้อย่างดี เพราะวิตามินดังกล่าวสามารถช่วยลดอาการเมาค้างได้ และควรดื่มน้ำเปล่าควบคู่ไปด้วย เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปหลังจากการดื่มหนัก

6. ดื่มน้ำเกลือแร่

นอกจากเครื่องดื่มวิตามิน ที่มีส่วนผสมของวิตามินบี และวิตามินซี น้ำเกลือแร่ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการแก้แฮงค์ และยังหาซื้อได้ง่ายด้วย เกลือแร่จะช่วยเติมน้ำในร่างกาย หลังจากที่ดื่มหนักทำให้สูญเสียน้ำไปมาก ควรติดตัวไว้จิบทั้งวันเพื่อแก้แฮงค์ และเติมน้ำให้ร่างกายอย่างต่อเนื่อง และทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

7. ดื่มน้ำขิง เครื่องดื่มสมุนไพร

ตามมาด้วยอีกหนึ่งเครื่องดื่มช่วยแก้แฮงค์ อย่างการดื่มน้ำขิง เครื่องดื่มที่ช่วยให้ระบบหายใจดีขึ้น นอกจากนั้นน้ำขิงยังมีฤทธิ์เผ็ดร้อน ที่ช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้น และยังช่วยลดอาการปวดหัวและช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ระบายแอลกอฮอล์ออกไปได้ดีขึ้นด้วย

8. กินกล้วยหอม

เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณหนัก ๆ มักจะปัสสาวะบ่อย ซึ่งปัสสาวะแต่ละครั้งมันก็ขับโพเทสเซียมออกไป กล้วยหอมเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีโพเทสเซียมสูง เลยมีส่วนช่วยป้องกันการขาดน้ำ นอกจากนั้นกล้วยหอมยังมีส่วนช่วยเคลือบกระเพาะ ทำให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้น้อย และขับออกมาได้เร็วยิ่งขึ้น

9. กินใบโหระพา

มีสมุนไพรหลายอย่างที่ช่วยแก้แฮงค์ได้อย่างดี นอกจากขิงที่นำมาทำเป็นน้ำขิง ก็ยังมีใบโหระพา ที่ช่วยแก้แฮงค์ได้ด้วย ลองนำใบโหระพามาขยี้ หรือบด ผสมน้ำร้อน หรือชาร้อนทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นกรองเอาแต่น้ำมาดื่ม จะช่วยแก้แฮงค์ และลดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี

10. ดื่มนมช็อกโกแลต

นอกจากน้ำเกลือแร่ เครื่องดื่มวิตามิน หรือน้ำสมุนไพร ก็ยังมีนมช็อกโกแลตที่ช่วยแก้แฮงค์ได้ด้วย นมช็อกโกแลต ช่วยป้องกันอาการเมาค้างได้อย่างดี แถมไม่ทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างแรงเมื่อตื่น นอกจากนั้นช็อกโกแลต ยังมีคุณสมบัติทำให้สมองตื่นตัว กระฉับกระเฉงด้วย

11. ดื่มน้ำอัดลม

ส่วนใครไม่ถนัดดื่มนม หรือมีอาการแพ้นม การดื่มน้ำอัดลมอาจจะช่วยแก้แฮงค์ได้ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราสดชื่นขึ้นแล้ว ในน้ำอัดลมโดยเฉพาะน้ำอัดลมกลิ่นโคล่าช่วยลดสารอะซิทัลดีไฮด์และเอทานอลที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดหัวด้วย

ดื่มกาแฟดำก่อนแอลกอฮอล์เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้แฮงค์

เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้แฮงค์

1. อย่าปล่อยให้ท้องว่าง

เมื่อท้องว่างระดับน้ำตาลในเลือดจะน้อยอยู่แล้ว ถ้าเกิดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปอีก จะยิ่งถูกฮอร์โมนอินซูลินออกมาขโมยน้ำตาลในเลือดให้ต่ำลง จึงเกิดอาการคล้ายน้ำตาลตก เริ่มมีอาการมึนๆ งงๆ ตามมา และมึนเมาได้ไวกว่าด้วย จึงควรทานอะไรรองท้องมาก่อน แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เพื่อเคลือบกระเพาะไม่ให้ร่างกายดูดซึมแอลกอฮอล์ได้ง่าย

2. อย่าดื่มแอลกอฮอล์ทีละมาก ๆ หรือเข้มข้นมากจนเกินไป

ถ้าเกิดดื่มแอลกฮอล์ไปทีละมาก ๆ จะยิ่งถูกฮอร์โมนอินซูลินออกมาขโมยน้ำตาลในเลือดให้ต่ำลง และจะทำให้เกิดอาการคล้ายน้ำตาลตก และจะเริ่มมีอาการมึน ๆ งง ๆ ตามมา และอาจจะทำให้เมาค้างข้ามวันเลยก็ได้ แนะนำให้ดื่มแต่พอดีเท่าที่ตัวเองไหวก็พอ

3. ดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว ทุกชั่วโมง

การดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่วนทำให้สูญเสียน้ำได้ง่าย การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยกระตุ้นให้มีการปัสสาวะมากขึ้น และช่วยขับแอลกอฮอล์ออกทางปัสสาวะ และถ้าหากมีอาการท้องเสีย เหงื่อออก หรือ อาเจียน จะทำให้มีการสูญเสียน้ำ ควรดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป

4. ทานวิตามินรวมหรือกรดอะมิโนแอล-ซีสเทอีน (L-Cysteine) ก่อน

การทานวิตามินรวมหรือกรดอะมิโนแอล-ซีสเทอีน (L-Cysteine) ก่อนไปดื่ม อาจช่วยลดการอักเสบของตับ จากการที่เซลล์ตับถูกแอลกอฮอล์ทำร้ายได้ แนะนำให้กินก่อนอาหาร 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุด

 การทานวิตามินรวมเป็นวิธีแก้แฮงค์ปวดหัวคลื่นไส้

สิ่งที่ไม่ควรทำหลังดื่มแอลกอฮอล์

1. ห้ามอาบน้ำทันที

หลังจากดื่มมาหนักแล้ว แนะนำว่าให้พักสักครู่แล้วค่อยอาบน้ำ ไม่ควรอาบน้ำในทันที จะทำให้เมาหนักกว่าเดิม เพราะแอลกอฮอล์จะไปยับยั้งการทำงานของตับ ทำให้การปล่อยกลูโคสออกมาสู่กระแสเลือดน้อยลง ในเวลาอาบน้ำร่างกายจะต้องการกลูโคสมากยิ่งขึ้น การอาบน้ำหลังกินเหล้าจะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนหัว หน้ามืดตาลาย

2. ห้ามหลับยาว

หลังดื่มมาหนักไม่ควรหลับยาวในทันที เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการเมาค้าง มึนงงได้ หลังจากเมาหลับประมาณ 2 ชั่วโมง ควรลุกหรือให้คนปลุก และควรดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ จนกระทั่งสร่างเมา เพื่อเป็นการช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ ให้ขับแอลกอฮอล์ได้ดีขึ้น

3. ห้ามเป่าพัดลม

ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อาจทำให้รู้สึกร้อนวูบวาบจนต้องการลมเย็น ๆ จากพัดลม แต่การเป่าพัดสมอาจทำให้ร่างกายสูญเสียพลังงานความร้อนเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ มีอาการเมาค้างได้ และยังเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดสมองแตกได้ด้วย

4. ห้ามกินยาบรรเทาอาการ

สำหรับใครที่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักจนมีอาการมึน ๆ งง ๆ เวียนหัว ๆ ไม่ควรการกินยาบรรเทาอาการปวดศีรษะก่อนเข้านอน หรือในขณะที่ร่างกายยังมีปริมาณแอลกอฮอล์สะสมอยู่มาก เพราะยาบรรเทาอาการปวดผสมกับแอลกอฮอล์ อาจมีผลอันตรายต่อตับได้

สำหรับใครที่ไม่อยากเมาค้างเวลาดื่มหนัก ก็ลองดูแลตัวเอง กินอะไรแก้แฮงค์ หรือเตรียมตัวก่อนไปดื่มตามวิธีเหล่านี้กันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากเรื่องของการดูแลตัวเองหลังแก้แฮงค์ วิธีแก้แฮงค์ปวดหัวคลื่นไส้ ลดโอกาสเมาค้างได้ดีอีกทางหนึ่ง ก็คือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี ดื่มให้พอสนุก รู้สึกผ่อนคลายเท่าที่ตังไหวก็พอ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ๆ เป็นประจำอาจจะส่งเสียมากกว่าผลดีให้ร่างกายเราได้น้า

ข้อมูลอ้างอิง
https://www.pptvhd36.com/health/care/2823
https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C
https://www.exta.co.th/how-cure-hangover/

คลิกอ่านคอนเท้นอื่นๆที่น่าสนใจ

Previous

ฝีเกิดจากอะไร กี่วันหาย พร้อมวิธีรักษาฝีด้วยตัวเอง

Related Topics
Share
WHAT’S HOT
  1. 10 ร้านเสื้อผ้าในไอจีราคาถูก หลักร้อย ไม่ตกเทรนด์
  2. 12 สกินแคร์จาก CICA ส่วนผสมช่วยลดสิว ผิวระคายเคือง
  3. 10 สถานที่ขอพรเรื่องความรัก ช่วยคนโสดไม่ให้นก
  4. 15 ครีมบำรุงผิวขาว และครีมทาผิวขาวยี่ห้อไหนดี 2025
  5. แต่งหน้าเป๊ะปังด้วยเมคอัพ ชิ้นที่สอง1บาท
  6. สีเล็บมงคล 2568 เปลี่ยนสีเล็บให้ปังตามวันเกิด พร้อมสวยเฮงต้อนรับปี!
  7. 15 ไอเดียอัพลุคคูล แต่งตัวไปคอนเสิร์ตแบบคนมีสไตล์
  8. ปากแห้ง เกิดจากอะไร? แห้งแตกแบบไหนควรรีบไปหาหมอ
  9. สิวหัวช้าง สิวหัวช้างไม่มีหัวเกิดจากอะไร รักษาอย่างไร พร้อมตัวช่วยรักษาสิวหัวช้าง
  10. ฝีเกิดจากอะไร กี่วันหาย พร้อมวิธีรักษาฝีด้วยตัวเอง
  11. ปาร์ตี้ฉ่ำแต่พรุ่งนี้ต้องทำงาน กินอะไรแก้แฮงค์ พร้อมวิธีแก้แฮงค์ปวดหัวคลื่นไส้
*/?>